breadcrumb symbol ข่าว

[ #ใต้พรมที่คัมป์นู ]

อัพเดตเมื่อ : July 06, 2020 10:24pm โดย : admin

นับตั้งแต่รีสตาร์ตฟุตบอลกลับมาหวดกันอีก ปัญหาของบาร์เซโลน่าที่เคยซ่อนอยู่ใต้พรม ก็ค่อยๆถูกกวาดออกมาเผยถึงความฟอนเฟะสกปรกอย่างแท้จริง
เริ่มจากผลงานที่เริ่มทรุด ตกจากบัลลังก์จ่าฝูงลาลีกาที่เคยกุมความได้เปรียบเหนือเรอัล มาดริด ทำแต้มหล่นเรี่ยราดจนโดนแซงและทำท่าว่าจะป้องกันแชมป์ลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ
พอน้ำลดตอก็เริ่มผุด เราได้รับรู้ถึงปัญหาความสัมพันธ์ในทีม นักเตะส่วนใหญ่ไม่ให้ความเคารพยำเกรง กีเก้ เซเตียน กุนซือของทีม
หนักกว่านั้นคือไม่มีใครเชื่อฟัง เอแดร์ ซาราเบีย ผู้ช่วยที่มีภาพลักษณ์ชอบโอเวอร์แอ็คติ้งหรือโชว์ออฟอยู่บ่อยๆ ทั้งที่ไม่เคยมีดีกรีความสำเร็จอะไรมาอวดอ้างได้เลย
ชัดเจนมากๆเมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ เพิกเฉยไม่ยอมคุยหรือแม้กระทั่งมองหน้า ซาราเบีย ระหว่างพักคูลลิ่งเบรกในเกมเจอเซลต้า บีโก้
ไม่ใช่แค่ เมสซี่ เท่านั้น หลักฐานจากภาพและคลิปต่างๆ ยังตอกย้ำว่าทั้ง เคราร์ ปีเก้ หรือ อิวาน ราคิติช ต่างก็แข็งขืนดึงดันไม่รับฟังผู้ช่วยโค้ช
สะท้อนเลยว่าบรรยากาศในทีมย่ำแย่แค่ไหน ลองนึกภาพในห้องแต่งตัวดูเอา นักเตะมีอิทธิพลเหนือกุนซือและผู้ช่วย คงดูไม่จืดเลยทีเดียว
ประเด็น เมสซี่ เล่นตามแบบฉบับตัวเอง ไม่สนใจฟังคำสั่งกุนซือ เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบหนึ่งของปัญหาเท่านั้นเอง
ยังมีบางอย่างหนักหนาสาหัสไปกว่านั้น โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างบอร์ดบริหารกับกลุ่มนักเตะที่มีรอยร้าวปริแยกมากขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะประสานให้ติดแน่นดังเดิม
หลายคนยังจำได้ว่านักเตะหลายคนไม่พอใจมากๆ ที่มีสื่อบางเจ้าหรือคอลัมนิสต์บางคน จนใจเขียนโจมตีว่าหยิ่งยโส มีการนำเรื่องภายในไปเปิดโปงต่อสาธารณะ ซึ่งมันไม่เหมาะสมอย่างมาก
ผู้เล่นต้องการอภิสิทธิ์พิเศษ มีพฤติกรรมนอกเหนือคำสั่งของเบื้องบน อย่างเช่นห้ามนักข่าวและช่างภาพเดินทางไปพร้อมกับทีม อีกทั้งยังเข้ามาวุ่นวายเรื่องการบริหารภายในด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกผู้เล่นใหม่เข้ามา เมสซี่และนักเตะอาวุโสจะมีบทบาทในการชี้นำ แม้กระทั่งการแต่งตั้งผู้อำนวยการสโมสร
เอริก อบิดัล อดีตแบ็กซ้ายของบาร์เซโลน่า ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักเตะจนก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ผอ.ได้สำเร็จ
จากนั้นเมื่อเห็นว่า อบิดัล ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไรนัก ทำตามคำสั่งของ โจเซป บาร์โตเมว มากเกินไป เลยรวมหัวกันไปเสนอชื่อ การ์เลส ปูโยล อดีตกัปตันทีม ซึ่งถูกยอมรับนับถือเป็นวงกว้างมาทำหน้าที่แทน
ร้อนถึง ปูโยล ต้องออกมาสยบข่าวด้วยตัวเอง บอกไม่ต้องการตำแหน่งผู้อำนวยการและ อบิดัล เหมาะสมสุดแล้ว
ขณะเดียวกัน บาร์โตเมว ที่กินตำแหน่งประธานสโมสรมาแล้ว 2 สมัยยังงัดข้อกับบอร์ดบริหารบางคน เรื่องวงการคอร์รัปชั่นจนวุ่นวายถึงขั้นมีลาออกและการเปลี่ยนแปลง
การบริหารที่ไม่ราบรื่น ส่งผลกระทบจากข้างบนลงล่างอย่างไม่ต้องสงสัย
แล้วเมื่อกลุ่มนักเตะไม่ชอบขี้หน้า บาร์โตเบว การเจรจาต่างๆก็ย่อมเกิดปัญหาตามมาอย่างไม่มีทางเลี่ยงเลย
อย่างเช่นตอนไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก เกมต้องหยุดลงชั่วคราว รายได้ของบาร์ซ่าหายไปมหาศาล จากยอดจำหน่ายตั๋วแมตช์เดย์และสินค้าที่ระลึก จำต้องขอความร่วมมือเพื่อลดเงินค่าจ้างบางส่วน
ปรากฏว่าสื่อไปได้ข้อมูลจากคนข้างในสโมสรบอกนักเตะบางคนฮึดฮัดไม่พอใจ เรื่องทำท่าจะดราม่าหนักขึ้น กระทั่ง เมสซี่ ต้องอออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมเพื่อลดกระแสดังกล่าว
ในสถานการณ์ที่ลำบากกันหมดอย่างนี้ ผู้เล่นทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้ผ่านวิกฤตไปได้ แต่ทำไมถึงต้องมีการโจมตีกันแบบไร้ข้อมูลหลักฐาน
ความจริงเรื่องนี้บอร์ดบริหารที่นำโดย บาร์โตเมว ควรจะออกมาแก้ข่าวเอง ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของนักเตะ ต่อให้ เมสซี่ เป็นกัปตันทีม แต่เคสละเอียดอ่อนอย่างนี้ มันไม่ใช่เลยสักนิด
แน่นอนแพะของปัญหาต่างๆจึงถูกโยนมาที่ บาร์โตเมว ที่ไม่อาจรักษาสถานภาพสูงสุดของบาร์เซโลน่าเอาไว้ได้
เขาถูกเพ่งเล็งอย่างมาก ในการเลือกกุนซืออย่าง กีเก้ เซเตียน เข้ามากุมบังเหียน ทั้งที่ไม่เคยประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม แค่มีปรัชญาการทำทีมไปในทิศทางเดียวกันเท่านั้น
แล้วทำไมถึงต้องรีบปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ซึ่งผลงานยังไม่ได้เสียหายอะไร อีกทั้งคอนโทรลลูกทีม มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วย
นอกจากนี้ บาร์โตเมว ยังเจอข้อครหาว่าล้มเหลวในการซื้อตัวผู้เล่นมากมายช่วงหลัง โดยเฉพาะ อองตวน กรีซมันน์ ที่แฟนๆเองยังมองว่า ไม่ใช่เวลาที่ถูกที่ควรนัก เพราะนักเตะเคยปฏิเสธมาก่อนแล้ว หมายความว่าไม่ได้มีใจให้ตั้งแต่แรก
แล้วก็อย่างที่เห็นกันผลงานของ กรีซมันน์ ย่ำแย่เหลือเกิน เมื่อเทียบกับค่าตัว 120 ล้านยูโร
อุสมาน เดมเบเล่ ก็เป็นอีกหนึ่งความผิดพลาดของ บาร์โตเมว ที่ไม่เช็คข้อมูลให้ดี จ่ายไปกว่า 100 ล้านยูโรให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ปูมหลังฟ้องอยู่แล้วถึงพฤติกรรมที่ไม่ดี ทัศนคติก็มีปัญหา ยังอุตส่าห์ลงทุนขนาดนั้นไปดึงมาอีก
เห็นได้ชัดว่าการซื้อผู้เล่นในช่วงหลังของบาร์ซ่าล้มเหลวมากๆ ทุกวันนี้ยังคงต้องพึ่งพา เมสซี่ รวมถึง เซร์กี้ บุสเก็ตส์ เคาร์ ปีเก้ หรือ จอร์ดี้ อัลบา เป็นแกนหลักต่อไป
ไม่ใช่แค่นั้น บาร์โตเมว ยังมีน่าจะอยู่เบื้องหลังการทำงาน อบิดัล ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคที่ต้องเชื่อมต่อกับพวกผู้เล่น
เดิมทีที่เคยคิดว่าน่าจะเข้ากับนักเตะอาวุโสได้ดี เพราะเคยเล่นร่วมกันมาก่อน กลายเป็นว่า อบิดัล ถูกตั้งคำถามมากกว่าว่าตกลงจริงจังกับเพื่อนๆแค่ไหนกัน
การออกมาพูดต่อหน้าสื่อว่ามีนักเตะบางคนกดดันบอร์ดบริหาร เพื่อให้เชือด บัลเบร์เด้ มันแสดงถึงความขาดวุฒิภาวะของ อบิดัล อย่างแท้จริง
เพราะพอกลายเป็นข่าวขึ้นมา ไม่ต้องสงสัยเลยนักเตะที่ทิ้งไว้เป็นปริศนานั้น คนส่วนใหญ่ต้องจ้องมาที่ เมสซี่
เมื่อเป็นอย่างนี้กัปตันทีมเลยออกมาถามกลับว่า ควรบอกให้ชัดไปเลยดีกว่าว่าใครกันแน่ ไม่ใช่พูดมาลอยๆเพื่้อสร้างกระแส รวมทั้งความชอบธรรมให้กับบอร์ดบริหาร
ล่าสุดกรณีขาย อาร์ตู ไปให้กับยูเวนตุสชนิดไม่เหมาะสมกับช่วงเวลาแบบนี้ ทำให้แฟนๆงงกันว่าเกิดอะไรขึ้นแน่
เอาแข้งหนุ่มไฟแรง ไปสลับขั้วกับ มิราเลม ปานิช ซึ่งอยู่ในวัย 30 ปี อายุการใช้งานคงเหลือไม่เท่าไร พร้อมได้เงินมาแค่ราว 10 ล้านยูโร มันมีเหตุผลอะไร หากไม่ใช่เรื่องการแต่งบัญชีเพื่อหลบเลี่ยงตรวจสอบการใช้งบประมาณเกินดุล
ครอบครัวยืนยันว่านักเตะเองไม่ได้อยากจะย้ายเลย พอใจกับการใช้ชีวิตในบาร์เซโลน่าตั้งเป้าว่าจะเร่งพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นเสาหลักในแผงมิดฟิลด์ให้ได้
มีเสียงลือดังขึ้นเรื่อยๆว่าดีลนี้ อาร์ตู โดนกดดันจาก บาร์โตเมว ที่ต้องการทำบางอย่าง เพื่อรักษาผลประโยชน์และเก้าอี้ตัวเองไม่ให้สั่นคลอน
การเดินหมากของ บาร์โตเมว ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะสามารถดึง อบิดัล มาเป็นกันชนได้ อีกทั้งดูเหมือนว่าต้องการจะทำบางอย่างที่แย้งกับความรู้สึกแฟนบอล เป็นการทิ้งทวนก่อนลงจากตำแหน่งในปี 2021
เขานั่งเก้าอี้อันทรงภูมินี้มาเกือบ 2 สมัยหรือเกือบ 12 ปีเต็มเข้าไปแล้ว จำเป็นต้องเว้นวรรคตามกฏที่ระบุไว้
เพราะอยู่ตรงนี้มานานจนมีข้อมูลเกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้มากพอและรู้ถึงธรรมชาติของผู้เล่นขาใหญ่บางคน จนกลายเป็นว่าเกิดเกมการเมืองขึ้นภายใน
รูปการณ์คือ อบิดัล และ เซเตียน คือคนของ บาร์โตเมว ที่ขัดแย้งกับกลุ่มนักเตะนั่นเอง
การทำงานของ เซเตียน ย่อมลำบากมากขึ้นก็จริง แต่ยังคงได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนและเริ่มที่กล้าพูดตำหนิผู้เล่นผ่านสื่อ นี่คือสัญญาณเตือนที่เห็นชัดกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเป็นเคส อาร์ตู หรือ กรีซมันน์ ล้วนแต่มี เซเตียน ไปข้องเกี่ยวจากการให้สัมภาษณ์ด้วยเช่นเดียวกัน
คำถามคือ บาร์โตเมว มีความจริงใจกับบาร์เซโลน่ามากแค่ไหนกันแน่ จากที่เคยบริหารได้ดี กระทั่งพอใกล้หมดวาระเหลืออีกเพียงแค่ปีเดียว มันกลับดูแย่ลง
แล้วเชื่อเถอะว่าหากบาร์ซ่าล้มเหลวในฤดูกาลนี้ ไม่ได้ทั้งแชมป์ลาลีกาและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สถานการณ์จะแย่หนักกว่านี้อีกหลายเท่า
ความผิดสมควรอยู่ที่ใคร ลองไล่เรียงเหตุการณ์ดูกันเอาเอง
ส่วนใครเคยหลงผิดกับเว็บไซด์ที่เชื่อใจไม่ได้ล่ะก็ลองมาหาเว็บไซด์ไว้ใจได้ พร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง ต้องนี่เลยกับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment